You are here
Home > ไม่มีหมวดหมู่

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม!! “2 ฮีโร่ฝรั่ง” กระโดดช่วย 3 พ่อ-แม่-ลูก ประสบอุบัติเหตุให้รอดชีวิตหวุดหวิด ทำชาวบ้านตะลึงไม่คิดว่าจะสละชีวิตช่วย

วันนี้ 20 ส.ค. 60 เฟสบุ๊ค Tungmayy May ได้มีการโพสต์รูปภาพชาวต่างชาติโดดน้ำลงไปช่วยชีวิต 3 พ่อแม่ลูก ติดอยู่ในรถที่กำลังจะจมน้ำ เจ้าของเฟสบุ๊คยังระบุข้อความอีกด้วยว่า ฝรั่งใจเด็ดเป็นHEROไปเลยทั้งหล่อและสวยเอาใจคนเชียงใหม่ไปเต็มๆ กระโดดลงไปช่วย3พ่อแม่ลูกรถตกน้ำ ปลอดภัยทั้งหมด สุดยอดดด

เรื่องนี้น่ากลัวมาก!! คุณแม่ถ่ายรูปลูกสังเกตเห็น “ตา 1ข้างมีสีแดงสะท้อน” พอรู้ความจริงแทบรับไม่ได้ แชร์เตือนผู้ปกครองให้ระวังด่วน!!

วันนี้ 20 ส.ค. 60 เพจเฟสบุ๊ค Drama-addict  ได้มีการโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่า มีคุณแม่ท่านนึง ถ่ายรูปลูก แล้วเธอสังเกตว่า ตาลูกข้างนึงมันมีลักษณะแปลกๆแบบในภาพ เลยเอามาโพสถามในกลุ่มเลี้ยงลูกว่า มีลูกบ้านไหนเป็นแบบนี้มั่งมั้ยเนี่ย อันนี้เป็นเรื่องดีมากที่ขุ่นแม่เอามาโพสลงเฟซเพราะการที่ถ่ายภาพเด็กแล้ว ตาเด็กกลายเป็นสีขาวแปลว่ามีความผิดปรกติที่จอประสาทตา ปรกติเวลาถ่ายภาพจะเห็นแสงสะท้อนจากตาเป็นสีแดง อันนั้นคือแสงสะท้อนจากจะประสาทตา ปรกติควรเป็นสีแดงเท่าๆกันทั้งสองข้าง แต่หากว่าแสงสะท้อนมันผิดปรกติไป หรือเป็นสีขาวอันนี้เป็นสัญญาณอันตราย ที่บอกว่า ตาของเด็กอาจมีความผิดปรกติ อาจจะเป็นต้อ หรือ อาจจะเป็นมะเร็งในดวงตา ดังนั้นพ่อแม่คนไหน ถ่ายรูปลูกแล้วสังเกตว่าแสงสะท้อนจากตามันแปลกๆ รีบพาไปหาหมอให้ไวเลยนะครับ ปล อ่านอันนี้แล้วไม่ต้องตกใจ ไปถ่ายรูปเปิดแฟลชอัดใส่ตาเด็กนะเฮ้ย ถ้ากังวลว่าลูกจะเป็นแบบนี้มั้ยก็ลองไปให้หมอเช็คดูได้ ขอขอบคุณเพจ Drama-addict

คนไทยฮือฮา!!! หลังนักข่าวช่องดัง โพสต์ภาพ “ก้อนเมฆประหลาดสีส้ม” พุ่งลงจากท้องฟ้า พร้อมกับปริศนาคาใจเมื่อจู่ๆ มันทำบางสิ่งให้ตะลึง!!

วันนี้ 20 ส.ค. 60 สมาชิกเฟสบุ๊ค Jessada Denduangboripant ได้มีการโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่า ตามที่คุณคุปตนันนท์ นักอ่านข่าวพยากรณ์อากาศรูปหล่อ ของช่องไทยรัฐทีวี ได้โพสต์คลิปและภาพของเมฆประหลาดที่พึ่งปรากฎที่บราซิล 2-3 วันก่อน ผมลองไปเช็คดู พบว่า นักอุตุนิยมวิทยาในบราซิลระบุว่าเป็น "เมฆฝุ่น หรือ dust cloud ซึ่งก็คือฝุ่นกลุ่มใหญ่ที่ลอยอยู่ในอากาศ (แต่เค้าไม่ระบุที่มาของมัน) ซึ่งไม่ได้แปลกอะไร แต่ที่คราวนี้มันดูแปลกและสวยมาก เพราะมันสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์ตก กระเจิงเป็นหลายๆ สีพอดี ครับ ดังนั้น เสียใจด้วยกับคนที่คิดว่า มี UFO มาเยือนโลกนะ 55

สาวๆเช็คด่วน!!! ใช่ครีมที่ใช้อยู่หรือเปล่า? 38 ยี่ห้อดัง อันตรายหนักมาก น่ากลัวกว่าที่คิด อย่าชะล่าใจ!!

วันนี้ทางเราจะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม ของคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงาม แต่ละท่านก็สรรหาครีมทำให้หน้าตนเองขาว ใส เนียน มีลงทุนตั้งแต่หลัก10ไปจนถึงหลัก1,000 ทั้งครีมที่มียี่ห้อ แบนด์ดัง หรือแม้กระทั่งครีมที่มีตามกระแสนิยม ท่านเชื่อหรือไม่ว่าบางครีมก็มีสารอันตรายซ่อนอยู่ เช่น ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ ปรอท สเตียรอยด์ ที่ทำให้หน้าขาวจริง ขาวไวภายใน7-14วัน ล่าสุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ คคส จึงนำครีม 300 กว่ารายการ มาตรวจสอบหาสารอันตราย ซึ่งพบ “38ครีมอันตราย” ดังนี้ ภาพ : 38ครีมอันตราย หยุดใช้ซะถ้าไม่อยากหน้าพัง

จุดจบสายเกม!!! หมดทางเลือกเมื่อแฟนสายโหดดัดนิสัย สนใจคนรักน้อยกว่า ก็ต้องเจอแบบนี้ แฮชแท็ก ผญ.ทุกคนที่เจอปัญหาเหมือนกัน!!

ถึงกับเศร้าอย่างหนัก เมื่อหนุ่มสายเกม ติดเกมอย่างหนัก จนทำให้แฟนต้องโมโหถึงขั้นเกือบบอกเลิกกันเลยทีเดียว!!! แหม๋!! เธอจะเป็นคนแบบไหนกันนะ ถึงห้ามสายติดเกมได้ขนาดนี้ เราไปดูคลิปวิดีโอกันเลย!!

ครอบครัวเศร้า!! “น้องบิ๊ก ไมค์หมดหนี้” เด็กชายหัวใจเพชร ยอดกตัญญู จากไปอย่างสงบหมดห่วง หลังทำความฝันแม่และพี่สาวสำเร็จ R.I.P.

วันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เด็กหนุ่มหัวใจแกร่ง น้องบิ๊ก เจษฎา เย็นอนงค์ ที่ป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งที่เนื้อสมอง ได้มีการออกมาร้องเพลงในรายการไมค์หมดหนี้ เพื่อใช้หนี้ให้แม่ก่อนที่ตัวเองจะหมดลมหายใจ และได้รับธารน้ำใจจากคนไทยทั้งประเทศ เพียงข้ามคืนหลังจากรายการออกอากาศ ได้ยอดเงินบริจาคถึง 7,552,462.55 บาท แต่อย่างไรก็ตามวันที่ 20 ส.ค. น้องบิ๊ก ก็ไปอย่างหมดห่วงเพราะทำหน้าที่ที่ตนเองตั้งไว้สำเร็จ น้องบิ๊ก มาออกรายการ ไมค์หมดหนี้ สามารถชำระหนี้ให้ผู้เป็นแม่และพี่สาวได้สำเร็จ แถมยังได้สานฝันอีกหนึ่งความตั้งใจของตัวเองที่อยากทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้ชาติ ด้วยการได้รับการติดต่อจากกองทัพบกให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกองทัพบกในอนาคตซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกียรติอันสูงสุดในชีวิตของน้องเด็กชายหัวใจแกร่งคนนี้ ส่วนเงินจากการบริจาค น้องบิ๊ก ได้นำไปสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อให้แม่และครอบครัวทดแทนหลังเก่า เนื่องจากบ้านหลังเก่ามีสภาพที่ทรุดโทรมและผุพัง และเป็นสิ่งสุดท้ายที่ น้องบิ๊ก ได้ขอกลับไปอยู่ จนถึงวินาทีลมหายใจสุดท้าย ล่าสุดเช้าเมื่อวันที่ 20 ส.ค. เวลาประมาณตี 03.00 น. น้องบิ๊ก จากไปอย่างสงบ โดยคุณแม่บัวผัน ผู้เป็นแม่ของน้องบิ๊ก  เล่าให้ฟังโดยย่อว่า “น้องอาการไม่ดีต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนที่แล้ว รักษาที่โรงพยาบาลมาตลอด และคุณหมอผู้ดูแลก็ได้เกริ่นกับแม่ไว้บ้างว่า ครั้งนี้น้องอาการทรุดมาก ขอให้ทำใจเผื่อไว้" ซึ่งวันที่ 17 ส.ค. คุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้าน เพราะน้องบิ๊ก ได้สั่งเสียกับแม่ไว้ว่า ถ้าบ้านหลังใหม่ของเราเสร็จเมื่อไหร่ ให้แม่พากลับบ้าน อยากกลับไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ขออะไรแล้ว นี่คือคำขอน้องบิ๊กครั้งสุดท้ายกับผู้เป็นแม่" "ต่อมาก่อนช่วงเช้าวันที่

สายเขียวใบใหญ่เฮลั่น!! “สธ.” อนุญาตให้ชาวบ้านปลูก “ใบกระท่อม” ได้ ภายใต้ข้อห้ามที่กำหนด รีบเช็ครายละเอียด

กระท่อมเป็นไม้ยืนต้นที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า มิตราไจนา สเปซิโอซา คอร์ท มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มาลายู จนถึงเกาะนิวกินีด้วย ที่พบในประเทศไทยมีอยู่ ๓ พันธุ์ คือ แตงกวา (ก้านเขียว) ยักษาใหญ่ (รูปใบใหญ่) และก้านแดง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เช่น ในประเทศไทย ภาคเหนือเรียกอีด่าง อีแดง กระอ่วม ภาคใต้ เรียกท่อม หรือท่ม ในมลายูเรียกคูทุม ในประเทศไทยมีการนำมาใช้เป็นยาแก้โรคบิด ท้องร่วง และปวดมวนท้อง ชาวนานิยมบริโภคโดยการเคี้ยวใบสด หรือเอาใบมาย่างให้เกรียมและตำผสมกับน้ำพริกรับประทานเป็นอาหาร เพื่อให้มีแรงทำงานและสามารถทนตากแดดอยู่กลางแจ้งได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ชาวมลายูใช้ใบกระท่อมตำพอกแผล และใช้ทั้งใบเผาให้ร้อนวางบนท้องรักษาโรคม้ามโต แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น กระท่อมถือว่าเป็นสิ่งผิดกฏหมาย เพราะจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ชนิดเดียกับกัญชา ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 มาตรา 7 แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ

ขนลุก!! อาถรรพ์ “สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว” ที่หลายคนไม่รู้?! กว่าจะสร้างเสร็จต้องพบกับเหตุสะพรึง จนรีบขอขมาท่านด่วน

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง เชื่อมต่อจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทย เข้ากับแขวงสุวรรณเขตของประเทศลาว ตัวสะพานเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2547 ระหว่างการก่อสร้างได้เกิดอุบัติเหตุจากเครื่องเครน ที่ทำให้ ที่ปรึกษา วิศวกรและคนงานเสียชีวิต 9 คน (ชาวไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และลาว) บาดเจ็บ 10 คน (ชาวไทย ญี่ปุ่น และลาว) และหายสาบสูญ 1 คน (ชาวลาว) เมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และสะพานเปิดให้สาธารณะใช้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ในระหว่างการขับรถมายังฝั่งไทย คนขับรถมาจากฝั่งลาวต้องเปลี่ยนฝั่งการขับ เนื่องจากประเทศลาวขับรถทางขวามือ ส่วนประเทศไทยขับรถทางซ้ายมือ ดังนั้นคนไทยเองจึงต้องเปลี่ยนฝั่งการขับรถไปเป็นทางขวาเมื่อเข้าประเทศลาวด้วยเช่นเดียวกัน         ​สพานมิตรภาพไทย ลาว แห่งนี้เคยมีประวัติและเรื่อเล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบันวันนี้ไข่เจียวจึงจะพาไปย้อนรอยกันไปดูกันเลยค่ะ การสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 นี้ แม้จะมีข่าวว่าจะสร้างนานแล้วก็จริง แต่เพิ่งจะลงตัวเรื่องพื้นที่ที่จะสร้าง และเริ่มต้นสร้างจริงๆในปี 2543 ซึ่งขณะเริ่มสร้างได้มีลางร้ายทำลายขวัญคนงานคือ มีคนไปผูกคอตายใน Office ที่เพิ่งสร้างใหม่ ซึ่งยังไม่ได้เริ่มใช้กันเลย ซึ่งการผูกคอตายนี้ไม่มีใครทราบสาเหตุแน่ชัด

แชร์เอาบุญ “ยาอายุวัฒนะ”!! สูตรตำรายารักษามะเร็ง และเบาหวาน ของ”หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”ใครมีญาติหรือคนรู้จักรีบส่งต่อให้หายทุกข์

ด้วยอำนาจพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมญาณ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง) เรียนวิชาแพทย์แผนโบราณมาตั้งแต่ยังไม่ บวช หลังจากบวชแล้วก็ได้เป็นผู้ช่วยหลวงปู่ปาน รักษาคนไข้ และได้เรียนวิชาแพทย์จากท่านที่มีอทิสสมานกายอีกมาก วิชาเหล่านี้ต่อมาจากท่านละทิ้งหมด จนกระทั้งเริ่มรับลูกศิษย์ และเห็นทุกขเวทนาของลูกศิษย์บางคน จึงได้บอกสูตรยาต่างๆ ให้ รายละเอียดมีดังนี้ สูตรยาแก้โรคมะเร็งและโรคอักเสบภายในต่างๆ สูตรตัวยามีดังนี้ ขมิ้นชัน ๑ กำมือ กับหญ้าแพรก ๑ กำมือ โขลกให้ละเอียดคั้นกับน้ำปูนใส (ปูนกินกับหมาก) แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง วิธีใช้ รับประทานครั้งละประมาณ ๑ ถ้วยชา หรือประมาณ ๓๐ ซี.ซี รับประทานวันละ ๑ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า ๓๐ นาที หรือ ๑๕ นาที เป็นอย่างน้อย รักษาโรคมะเร็ง และโรคอักเสบต่าง ๆ ได้ทั้งหมด เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ ไตอักเสบ ฯ ล ฯ ถ้าโรคเบาหวาน ขณะที่กินยา

มาแล้วภรรยา “เอส” มือฆ่าน้องพลอย!! ย่องเยี่ยมฆาตกรโหด ก่อนถูกสื่อจี้ถามถึงนิสัยสามี แทบไม่อยากเชื่อจะได้ฟังประโยคที่โดดป้องสุดฤทธิ์!!

มาแล้วภรรยา นายเอส หรือ นายพลกฤต วิเศษ อดีตทหารยศสิบเอก ผู้ต้องหาฆ่าเผานั่งยาง "น้องพลอย" หรือ น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล อายุ 28 ปี หลังทางครอบครัวออกตามหาลูกสาวที่หายไปนานถึง 3 ปี หลังจากจับกุมตัวนายพลกฤต วิเศษ หรือเอส ก็ได้รับสารภาพว่าเป็นคนอุ้มฆ่าเผาน้องพลอย ทิ้งศพไว้ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยหลังจากก่อเหตุฆ่าน้องพลอย นายพลกฤต ได้ออกจากราชการและไปทำศัลยกรรมแปลงโฉม เพื่อไปสมัครงานทำงานที่บาร์เกย์แห่งหนึ่งในพัทยา และหลังจากที่นายเอส ถูกควบคุมตัว อยู่ที่ในโรงพักที่สถานีตำรวจภูธรแก่งคอย ได้มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินทางมาติดต่อขอเยี่ยม โดยหนึ่งในนั้นมี ภรรยาคนปัจจุบันของ นายเอส อยู่ด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้เข้าเยี่ยม เพราะหมดเวลาเยี่ยมแล้ว โดยภรรยา ของนายเอส ได้เปิดเผยว่า ตอนที่อยู่กินด้วยกันเอส ไม่ได้เป็นคนโหดร้ายอารมณ์ร้อน หรือมีอารมณ์รุนแรงเลย เขาก็ปกติทั่วไป และตนไม่เคยรู้จักกับ น้องพลอย เป็นการส่วนตัว เพราะ เอส ไม่เคยพูดถึงเลย

Top