You are here
Home > ข่าวในพระราชสำนัก

ภาพหาชมยาก!! “งานมอเตอร์โชว์ ครั้งแรกในสยาม” พร้อมเปิดประวัติความเป็นมา เชื่อหลายคนคงไม่เคยรู้มาก่อน

ภาพหาชมยาก!! "งานมอเตอร์โชว์ ครั้งแรกในสยาม" พร้อมเปิดประวัติความเป็นมา เชื่อว่าหลายคนยังไม่มีใครรู้ และที่สำคัญ ร.๕ ท่านก็โปรดให้สั่งพระราชทานชื่อไว้อีก ๑๒ คัน ในปี ๒๔๔๗ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ พระโอรสใน ร.๕ ได้เสด็จไปรักษาพระองค์ที่ฝรั่งเศส ในระหว่างนั้นได้เสด็จทอดพระเนตรโรงงานผลิตรถยนต์ต่างๆด้วยความสนพระทัย ก่อนเสด็จกลับได้ว่าจ่างบริษัทเมอร์เซเดสเดมเลอร์ของเยอรมันให้ต่อรถชนิดพิเศษสุดแบบเก๋งสีเหลืองหลังคาทรงประทุนถวายแด่พระบิดานับเป็นรถยนต์พระที่นั่งคันแรกในราชสำนัก ทรงพระทานชื่อว่า "แก้วจักรพรรดิ" หลังจากนั้น ร.๕ ท่านก็โปรดให้สั่งเพิ่มเติมอีก ๑๒ คันพระราชทานชื่อไว้ ดังนี้ แก้วจักรพรรดิ มณีรัตน ฑัตมารุต ไอยราพต ราชานุยันต์ สุวรรณมุขี กังหัน สละสลวย กระสวยทอง ลำยองทาบ ภาพยนตร์ กลกำบัง ร.๕ท่านโปรดรถยนต์เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่ที่มีขึ้นในสมัยนั้นพระองค์ทรงโปรดขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จประพาสตามถนนสายต่างๆในกรุงเทพฯทุกเย็น ตอนช่วงปลายรัชกาลด้วยทรงมีเวลาว่างงานพระราชกรณียกิจมากขึ้นจึงโปรดฯให้จัด งานชุมนุมรถหลวงขึ้นเป็นครั้งแรกในสยาม เพื่อทรงพระสำราญพระราชหฤทัยและได้ทรงจัดให้มีขึ้นอีกหลายครั้งติด บางคราวก็ทรงโปรดฯให้มีการประกวดรถบุปผชาติ มีการประดับจัดตบแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิด นอกจากนั้นยังโปรดฯให้สั้งซื้อรถยนต์อีกจำนวนมาก มาพระราชทานด่พระมเหสีและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งบรรดาข้าราชบริพารอีกด้วย ซึ่งในเวลานั้นชาวบ้านทั่วไปไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์ เพราะราคาแพงมากเกินกว่าที่จะซื้อ ผู้เป็นเจ้าของจึงจำกัดอยู่เพียงภายในราชสำนักเท่านั้น วันที่๓ พฤษภาคม ๒๔๕๑ ร๕

ซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่!!! วินาทีในหลวง รัชกาลที่ ๙ วางพระหัตถ์แตะพระอังสาสั่งสอนรัชกาลที่ ๑๐ และสมเด็จพระเทพฯ ครั้งสุดท้าย คำว่า “พ่อ” ช่างใหญ่หลวงหาสิ่งไหนเปรียบ

เห็นพระองค์ท่านก้าวพระบาทด้วยความยากลำบาก ใจข้าพระพุทธเจ้าแทบจะขาดตาม พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนชาวไทยมายาวนานเหลือเกิน วินาทีที่พระองค์ท่านเอื้อมพระหัตถ์ไปแตะพระอังสา ของรัชกาลที่ ๑๐ https://youtu.be/VFWVQsnS538 ขอบคุณคลิปจาก ยูทูป A/AC

ปาฎิหาริย์บังเกิด!!!… กลางงานครบ100ปี จุฬาฯ “น้ำตาฟ้า”โปรยปราย ขณะถวายความอาลัยแด่ในหลวงร.๙ แต่กลับเกิดอัศจรรย์บางอย่างเมื่อสมเด็จพระเทพฯเสด็จมา !!!(รายละเอียด)

ปาฎิหาริย์..จะๆๆๆ..บันทึกไว้ให้เป็นหลักฐานในงานรำลึกจุฬาฯร้อยปี งานร้อยปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคืนวันที่26มีนาคม2560 เวลาประมาณ20.00น.ขณะบนเวทีกำลังมีการแสดงสื่อผสมต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพฯที่เสด็จฯทรงมาเป็นองค์ประธานในพิธี ขณะที่กำลังแสดงถึงองค์ที่รำลึกและถวายความอาลัยแด่ในหลวงร.9 ฝนตั้งเค้ามาชนิดฟ้าแดง… แล้วทิ้งเม็ดปรอยๆลงมาขณะบนเวทีกำลังร้องเพลงลาแล้วจามจุรี..เสมือนพรมน้ำมนต์.หรือ.น้ำตาฟ้า?บางคนกางร่ม..บางคนยอมจะเปียก ผู้เขียนใช้ถุงพาสติกหุ้มกระเป๋าถือไว้ แต่ครั้นเวลาประมาณ..20.25น.ขณะสมเด็จพระเทพฯทรงอยู่บนเวทีพร้อมคณะกรรมการผู้จัดงาน..และผู้มาร่วมงานด้านล่างเวทีเรือนหมื่นร่วมจุดเทียนร้องเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นเพลงสุดท้าย… ฝนหยุด..!!!!!ค่ะ..หลังจากนั้นฟ้าเปิดมองจากสนามหน้าหอประชุมจุฬาฯที่จัดงานเห็นดาววับวาวบนฟ้าทางสามย่าน…..ผู้เขียนกับเพื่อนๆ..เช่นโรจน์ไทยรัฐ..โอ่ง..ป้อม..ตุ้ม..กลุ่มนิเทด10 มองหน้ากัน…พูดไม่ออก..แต่คำถามคือ…พระสยามเทวาธิราชพระองค์ใดหนอ..ที่ทรงเป็นเจ้าแห่งฝนและทรงอำนวยพรให้เห็นจะๆๆเช่นนี้….ข้ามา….ข้าเห็นด้วยตา……..งานร้อยปีจุฬาฯ . . . . . . .

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระบรมมหาราชวัง แกล้งช่างภาพฝรั่งแต่ชายคนนี้กลับทำสิ่งที่เหลือเชื่อจนพวกเค้าแทบกราบ “ในหลวง ร.๙” ทรงตรัสเหตุเป็นเพราะอะไร ฟังแล้วยังขนลุกถึงทุกวัน

มีอยู่ครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่ในวังโทรมาหาผมประมาณบ่ายสองโมง บอกว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รับสั่งให้เข้าไปช่วยถ่ายภาพในวัง ตอนนั้นผมกำลังทำ
งานอยู่ที่บริษัทบุญรอดฯ (อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อประกอบเรื่อง มิใช่จากเหตุการณ์จริง) แต่อุปกรณ์ถ่ายภาพทั้งหมดอยู่ที่บ้านนี้ คิดว่าคงไปไม่ทันแน่ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๙) ก็ทรงเชิญผมให้เข้าเฝ้าฯ ในวังทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง หลังจากกลับมาจากจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนั้น พอผมไปถึงเห็นเขา(หมายถึงช่างภาพฝรั่ง) ตั้งกล้องตั้งไฟเสร็จ แล้วแต่ยังไม่ถ่าย ปรากฏว่าเป็นเพราะไฟไม่ติด ผมจึงต้องรีบตั้งไฟของตัวเอง เอาไปทั้งหมด ๓ ดวง ติดหมดทุกดวง (อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อประกอบเรื่อง มิใช่จากเหตุการณ์จริง) ฝรั่งแทบจะกราบเราเลย (ยิ้ม) จากนั้นจึงผลัดกันฉาย กระทั่งตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๙) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จฯ กลับ โดยผ่านทวารของท้องพระโรงซึ่งงดงามมาก ทั้งสองพระองค์จึงประทับยืนตรงนั้นแล้ว รับสั่งให้ผมฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ก็เสด็จฯ ลงมายังท้องพระโรงแล้ว โดยทั้งสองพระองค์ฉลองพระองค์เต็มยศ เนื่องจากมีช่างภาพชาวต่างชาติมาทูลเกล้าฯ ขอฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ...กว่าจะไปถึงพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทั้งที่กล้องในสมัยนั้นไม่ใช่ระบบออโตเมติก ช่างภาพต้องวัดแสงเอง ต้องกะระยะเอง จึงถือเป็นบุญของผมมากแล้ว พอพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ผ่านผมไปก็ตรัสว่า ไม่น่าเชื่อว่าภาพออกมาสวยทุกภาพ โดยระหว่างที่ฉายผมก็บนบานศาลกล่าวว่า ขอให้ติดด้วยเถอะ แล้วเจ้าหน้าที่ในวังก็ช่วยกันยกไฟมาตั้งอย่างรวดเร็ว.. พระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๙) ตรัสว่าให้เวลา ๕ นาที ผมถือกล้องซึ่งหนักตามไปโดยไม่มีขาตั้งกล้องด้วย ‘รู้ไหมว่าที่ฝรั่งถ่ายภาพไม่ติด เพราะเขาไม่เคารพสถานที่’ แล้วก็สามารถทำงานได้เรียบร้อย ผมเองก็กราบก่อนเข้าไปยังท้องพระโรงทุกครั้ง (อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์

ประชาชนถึงกับขนลุก!! “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ” ทรงโพสต์ถึง “สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่” ฟังแล้วสุดตื้นตัน ท่านคือที่สุด สาธุ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนพระองค์ nichax เป็นภาพของ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ที่ได้รับการโปรดสถาปนาจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ให้เป็น สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ พร้อมกับข้อความว่า..."เราได้มีสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีโอกาสกราบท่านอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง เวลาทำบุญให้น้องพุ่ม เพราะอัฐิของน้องพุ่มบรรจุอยู่ที่นั่น ท่านเมตตาใจดีมาก สาธุ" ภาพจาก Twitter @ARMdhiravath

กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่!! ว่าที่คุณแม่ “ชมพู่” สุดซึ้งได้รับของประทานจาก “พระองค์โสม” ที่ทรงเมตตาหลังทราบว่าตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์

นับเป็นข่าวที่หลายๆคนต่างพากันแสดงความยินดีกับซุปตาร์สาวอย่าง “ชมพู่ อารยา” กับข่าวการตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ของเธอ ล่าสุดนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กรุณาประทานแจกันดอกไม้ ให้แก่ นางเอกสาว “ชมพู่ อารยา” ที่พักอยู่ที่โรงพยาบาล ทันทีที่พระองค์ทรงทราบว่าตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์แล้ว เนื่องจากเธอเคยแท้งมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อกลางปี 2559 ขณะที่นางร้ายหน้าสวย “ดิว อริสรา” ก็เดินทางมาให้กำลังใจว่าที่คุณแม่คนใหม่ด้วยเช่นกัน

คนไทยยกมือท่วมหัว!! หลัง ครม.รับสนองพระราชโองการ ให้ “5 ธ.ค.” ของทุกปีเป็นวันพ่อ และยังประกาศให้เป็นวันสำคัญอีกวันของประเทศ ตื้นตันจนต้องหลั่งน้ำตา

ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดให้ วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย อันเนื่องมาจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ยังความเศร้าสลดอย่างยิ่งใหญ่มาสู่พสกนิกรชาวไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา ปวงชนชาวไทยทั้งปวงจึงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและตระหนักถึงความสำคัญของวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันนี้ (7ก.พ.) คณะรัฐมนตรี ลงนามรับสนองพระราชโองการในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดวันสำคัญของชาติไทย ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดว่า วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติ ดังนี้1.เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2. เป็นวันชาติ 3. เป็นวันพ่อแห่งชาติทั้งนี้ ให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันหยุดราชการ

นี่คือเรื่องดีๆ ที่ปชช.ยังไม่เคยรับรู้ !! พระกรณียกิจมากมายของ “พระองค์ภาฯ” กับการทรงงานหนักอึ้งไม่น้อย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

เรื่องราวของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา หรือ ร้อยเอกหญิง ดอกเตอร์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท และ เอกด้านกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศ สหรัฐอเมริกา หลังจากทรงสำเร็จการศึกษา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงทุ่มเทในงานด้านกฎหมาย โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นอัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากงานหลัก พระองค์ทรงมีความสนพระทัยในโครงการด้านกฎหมาย และ กระบวนการยุติธรรม โดยได้ก่อตั้งกองทุนและโครงการต่างๆขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขัง เช่นโครงการจัดทำมาตราฐานผู้ต้องขังหญิง ในการช่วยเหลือ และหยุดความรุนแรงต่อเด็ก และ สตรี และพระองค์ยังทรงจัดตั้งโครงการกำลังใจในพระดำริเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังที่ออกจากเรือนจำไปแล้ว ที่ไม่มีอาชีพ ให้มีอาชีพ และมีงานทำเพื่อหาเลี้ยงตนเองได้ โดยน้อมนำเอาหลักปรัซญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินโครงการ ซึ่งพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาตรัสว่า จุดเริ่มต้นของปัญหามักเกิดจากทัศนคติแบบวัตถุนิยมซึ่งนำไปสู่หนี้สิน เพราะฉะนั้นการน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงจะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีสติ ประมาณตนและไม่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังเหล่านี้ต้องกลับเข้าไปมีชีวิตอยู่ในเรือนจำอีก เรียกว่านอกจากงานประจำของพระองค์แล้ว พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภายังทรงสนพระทัยในการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นตามจังหวัดต่างๆในหลายจังหวัดอีกด้วย เช่นที่ จ.หนองบัวลำภู อุดรธานี อ่างทอง

ย้อนรำลึกถึง “พ่อหลวง ร.๙” ครั้งให้ “พรปีใหม่สุดท้าย” จากพระโอษฐ์ ที่ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย ทราบซึ้ง!น้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัว

ย้อนรำลึกถึง "พ่อหลวง ร.๙" ครั้งให้ "พรปีใหม่สุดท้าย" ให้แก่พสกนิกรชาวไทย ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ทำอะไรก็ขอให้นึกถึงส่วนรวมเป็นหลัก และขอให้ประชาชนชาวไทยมีความสุข ฟังไปทราบซึ้ง น้ำตาไหลไม่รู้ตัว . . . https://www.youtube.com/watch?v=23dGdDmaeUk

ใจหาย น้ำตาไหลท่วมถนน!! ชาว อ.กุยบุรี ร่วมส่งขบวนรถนำส่งไม้จันทน์หอม ที่จะใช้พระราชพิธี “พระราชทานเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.๙”

ใจหาย ใจหวิว คิดถึงพ่อ !! พี่น้องชาว อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมใจมานั่งรอส่งขบวนรถนำส่งไม้จันทน์หอม ที่จะใช้พระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 ด้วยหัวใจที่จงรักภักดีและคงคิดถึงคนบนฟ้าสุดหัวใจ โดยภาพที่ทุกคนเห็น ชาวบ้านต่างก็นั่งลงยกมือกราบ-ไหว้ ขบวนรถนำส่งไม้จันทร์หอม เชื่อได้ว่าคงไม่มีกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลได้ ช่างเป็นภาพสะเทือนใจคนไทยอีกครั้ง และไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย..... .

Top