You are here
Home > ข่าวทั่วไป > ใจสู้เกินเด็ก!!! “น้องสกาย” ฮึดร่างกายเข้มแข็งสู้กับ “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” แม้หมอจะแจ้งระยะการลุกลาม แฟนคลับแห่ภาวนา ขอปาฏิหาริย์จงเกิดขึ้น!!

ใจสู้เกินเด็ก!!! “น้องสกาย” ฮึดร่างกายเข้มแข็งสู้กับ “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” แม้หมอจะแจ้งระยะการลุกลาม แฟนคลับแห่ภาวนา ขอปาฏิหาริย์จงเกิดขึ้น!!

สำหรับอาการป่วยเป็นโรงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเรียกได้ว่ายังอยู่ในช่วงที่น่าเป็นห่วงของดารารุ่นเล็กที่เป็นที่ชื่นชมของทุกๆคน  “น้องสกาย” เด็กชายผู้รับบทลูกชายของ “ใจเริง” จากละคร “เพลิงบุญ” ที่ล่าสุด คุณแม่ของน้องสกาย เปิดเผยว่า น้องสกายเพิ่งให้คีโมเบื้องต้นไป และหลังจากนั้นน้องสกายก็ได้นอนพักผ่อน อยู่ในช่วงของการพักฟื้น ซึ่งในวันนี้น้องสกายก็สามารถทานข้าวได้ตามปกติ หลังจากการให้คีโมในวันนี้แล้ว จะมีการหยุดคีโมจนถึงวันศุกร์ ที่ 6 ต.ค และหลังจากนั้น ก็จะมีการกลับมาให้คีโมในวันจันทร์ที่ 9 – 13 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นการให้ยาอย่างต่อเนื่อง 5 วันติดต่อกัน

และเมื่อวานได้มีการเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อไปตรวจ หลังจากนั้นน้องสกายก็มีอาการซึม ทางคุณหมอก็ได้ให้เกร็ดเลือด และเม็ดเลือดแดงเพิ่มให้กับน้องสกาย ซึ่งในวันได้มีผู้จัดละครคุณไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา มาเยี่ยมน้อง แต่ไม่ค่อยพูดอะไร มีอาการซึมเล็กน้อย แต่น้องมีแต่บ่นว่าอยากกินขนมบ้าง และมีแฟนคลับโทรมาหาคุณแม่ ถามอาการของน้องและซื้อของเล่น ขนมมาให้ แต่กลุ่มแฟนคลับก็ไม่ได้ขึ้นมา จะให้คุณแม่ไปรับของแทน

ทั้งนี้ช่วงนี้คุณแม่ไม่ค่อยมีความกังวลและเข้มแข็งขึ้น เพราะคุณแม่ก็ได้กำลังใจที่ดีจากคุณหมอ และจากผู้ปกครองที่เขาเคยมีลูกเป็นโรคมะเร็งเช่นนี้เหมือนกัน ได้มีการให้คำปรึกษาและกำลังใจจากแฟนคลับที่แวะเวียนมาเยี่ยมน้องตลอดที่น้องรักษาตัวอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้เห็นน้องแต่แฟนคลับก็ยังมาและซื้อของทางให้ทางครอบครัวอีกด้วย

ด้าน พ.ท.นพ.ปิยะ รุจกิจยานนท์ กุมารแพทย์โรคเลือด และมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เปิดเผยว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ ความไวของโรคถือว่า เป็นโรคที่แบ่งตัวเร็วเป็นลำดับต้นๆ ของโรคมะเร็ง ซึ่งการพบโรคได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนมะเร็ง โดยโรคนี้มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของยีนต์ ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน

ซึ่งสำหรับโอกาสหายของโรคในเด็กนั้น ถือว่า มะเร็งชนิดดังกล่าวพบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งมีความหวังรักษาเด็กให้หายขาด แต่อาจมีการติดขัดเรื่องผลข้างเคียง ต้องสู้กันไป ส่วนน้องสกาย ถือว่าอยู่ในระยะที่ 4 มีการกระจายไปที่ระบบประสาท และไขกระดูก แต่การแบ่งระยะ เพื่อการวางแผนในการรักษาที่ถูกต้องเพียงพอที่จะไปถึงเป้าหมายคือรักษาให้หายขาด การแบ่งระยะ เพื่อการคัดเลือกยา แม้ว่าจะเป็นระยะที่ 4 ก็ยังไม่หมดหวัง ซึ่งขณะนี้น้องเริ่มขยับขาได้บ้างแล้ว

โดยทางคุณแม่ได้อัพเดทอาการของน้องสกายระบุข้อความว่า…

“ขออัพเดทอาการของน้องสกายนะคะ หลังจากได้รับการผ่าตัดชิ้นเนื้อที่บริเวณไขสันหลังแล้วอย่างที่ทุกคนคงทราบว่าผลชิ้นเนื้อพบว่าน้องเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และขณะนี้น้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์ดูแลในทุกส่วน ทำให้สภาพจิตใจของคุณแม่ดีขึ้นเพราะเชื่อมั่นในการทำงานของทีมแพทย์ที่นี่ อาการของน้อง ณ ขณะนี้หลังจากได้รับคีโมสูตรเริ่มต้นไปสองวันแล้วตอนนี้อาการน้องทรงตัวยังต้องให้ออกซิเจนและคอยตรวจค่าไตให้ปกติ อีกทั้งยังต้องคอยวัดระดับแร่ธาตุต่างๆในร่างกายให้เป็นปกติโดยเฉพาะแคลเซี่ยมก่อนได้รับคีโมในสูตรถัดไปซึ่งจะเป็นคีโมที่เอาไว้ทำลายเชื้อร้ายหรือเนื้อร้ายโดยเฉพาะในอาทิตย์หน้า ซึ่งน้องสกายคงจะได้รับ effect ของการให้คีโมในอาทิตย์หน้า เช่น การอาเจียน มีไข้มีแผลในปากทานอาหารไม่ได้ทางเราก็ต้องเตรียมใจรอรับสถานการณ์นั้น ซึ่งอาจจะต้องมีการงดเยี่ยมเพราะว่าน้องจะมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงจะทำให้เกิดการติดเชื้อง่าย นอกจากนั้นแล้วสภาพโดยทั่วไปบริเวณทวารหนักมีการช้ำและมีแผลถลอกเล็กน้อยเนื่องจากสองวันที่ผ่านมาน้องได้ถ่ายอุจจาระวันนึงไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง การพูดคุยพูดคุยมากขึ้นแต่บางเวลาก็จะซึมอาจเป็นเพราะมีความกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเพราะมีหมอเข้ามาหามาดูแลตลอดเวลา การทานอาหารทานได้เยอะขึ้นมาก บ่นอยากกินนั่นกินนี่ตลอดเวลาตอนนี้เราก็พยายามให้กินในทุกๆอย่างที่ลูกอยากกินแต่ก็ต้องถามคุณหมอก่อนว่าทานได้หรือเปล่า ถือซะว่ากินตุนไว้ก่อนที่จะได้รับคีโมในสูตรถัดไป ส่วนเรื่องที่กังวลที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของขาตอนนี้สภาพก็ดีขึ้นเรื่อยเรื่อยเราหวังว่าหลังจากน้องรักษาจนครบกระบวนการแล้วจะกลับมาเดินได้เป็นปกติ ในตอนนี้น้องก็ได้รับการให้เกล็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงให้เพิ่มมากขึ้นเพราะมีอยู่ในระดับต่ำเพื่อที่จะได้พร้อมสำหรับการให้คีโมสูตรเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่ง เวลาลูกร้องลูกเจ็บลูกทรมาน แม่ก็เจ็บและทรมานไปกับหนูด้วย ได้แต่ภาวนาให้ลูกหายเป็นปกติในเร็ววัน ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำที่มีให้น้องและทุกน้ำใจที่ช่วยค่ารักษาพยาบาล ซึ่งได้รับมาพอสมควรแต่ก็ยังไม่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่ได้ชำระไปแล้วรวมถึงค่ารักษาที่จะเกิดในอนาคตเราก็ยังประมาณไม่ได้เพราะใช้เวลาในการรักษานาน อีกทั้งยังต้องมีการกายภาพอย่างต่อเนื่อแต่อย่างไรก็ตามเราจะทำทุกวิถีทางให้น้องกลับมาเป็นเด็กที่สดใสและน่ารักสำหรับทุกคนเช่นเดิมค่ะ by…คุณแม่น้องสกาย”

Top